“สันติ” คือ สภาพการณ์แห่งความสันติ ความสงบสุข ไม่มีการศึก ไม่มีความประพฤติอันรุนแรง ที่บางทีอาจทำให้เกิดผลเสียต่อชีวิต เงินทอง และความยั่งยืนมั่นคง เมื่อชุมชนโลกต่างเห็นความสำคัญของสันติ ก็เลยนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการกำหนดวันสันติโลก วันนี้มีประวัติภูมิหลังเช่นไร ไทยรัฐออนไลน์นำสาระความรู้มาฝากกัน

วันสันติโลก คือวันใด?

วันสันติโลก (World Peace Day หรือ International Day of Peace) ตรงกับวันที่ 21 ก.ย. ของทุกปี เป็นวันที่ต้องการที่จะให้คนทั้งโลกตระหนักถึงการงดใช้กำลัง ทั้งยังต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เนื่องมาจากประวัติศาสตร์โลกที่ผ่านมา เกิดการศึก ความร้ายแรง นำมาซึ่งการก่อให้เกิดความสูญเสียนับครั้งไม่ถ้วน แม้กระทั้งในขณะนี้เอง ก็ยังมีความร้ายแรงเกิดขึ้นทั้งโลก ตั้งแต่ปัญหาระดับครอบครัว ไปจนกระทั่งปัญหาระหว่างชาติ การใช้สันติวิธีสำหรับเพื่อการแก้ปัญหาเรื่องต่างๆร่วมกัน ก็เลยเป็นแนวทางที่จะสร้างสันติให้เกิดขึ้นบนโลก

ที่มาวันสันติโลก มีประวัติเช่นไร?

เดิมทีวันสันติโลกจะตรงกับวันแล้ววันเล่าอังคารที่ 3 ของเดือนกันยายน เริ่มประกาศใช้เป็นครั้งแรกโดยคณะกรรมการสหประชาชาติ เมื่อปี คริสต์ศักราช 1981 ซึ่งการกำหนดให้มีวันสันติในคราวนั้น ก็เพื่อทั้งโลกได้ตระหนักและให้ความเอาใจใส่กับ “สันติ” อันคือ ภาวะสงบสุขสงบ

จุดหมาย 6 ข้อของวันสันติโลก

1. เคารพนับถือต่อชีวิตและเกียรติของแต่ละบุคคล โดยไม่ลำเอียงแบ่งชนชั้นวรรณะ
2. ไม่ใช้กำลังในทุกแบบ โดยเฉพาะต่อเยาวชน
3. ร่วมสร้างสังคมแบ่งปันอย่างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อลดการแบ่งแยก การกดขี่ทางการเมือง และเศรษฐกิจ
4. เคารพนับถือความอิสระสำหรับเพื่อการแสดงออก และเห็นด้วยความแตกต่างทางวัฒนธรรม
5. ดำรงชีวิตอย่างรับผิดชอบ และเคารพนับถือต่อทุกชีวิตในโลก เพื่อรักษาสมดุลของธรรมชาติ
6. สร้างความพร้อมเพรียง เคารพนับถือต่อแนวทางประชาธิปไตย ให้โอกาสทุกฝ่ายมีส่วนร่วมอย่างเท่าเทียมกัน โดยเฉพาะเพศหญิง

“นกพิราบ” เครื่องหมายแห่งสันติ

นกพิราบคาบกิ่งมะกอก ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องหมายวันสันติสากล สื่อถึงสันติและความสงบสุข ตามความศรัทธาที่ว่า “นกพิราบ” เปรียบเสมือนความบริสุทธิ์ของพระไบเบิล ทั้งยังเป็นผู้แทนของพระผู้เป็นเจ้าอีกด้วย
คําขวัญวันสันติโลก 2564/2021
ทุกๆปี องค์การสหประชาชาติ จะกำหนดคำขวัญวันสันติโลก เพื่อใช้เป็นแถวทางปฏิบัติสู่การงดใช้กำลังทุกแบบ สำหรับคำขวัญของปี 2564 กล่าวว่า “Recovering better for an equitable and sustainable world” โดยมุ่งเน้นไปที่การให้ความเอาใจใส่ต่อความทัดเทียม และความคงทนของโลก.
ถัดมาในปี คริสต์ศักราช 2001 สหประชาชาติลงความเห็นใหม่อีกที โดยกำหนดให้วันสันติโลก ตรงกับวันที่ 21 ก.ย. ของทุกปี ถือเป็นวันสันติสากลของโลก ที่ต้องจบการสู้รบ ลดใช้กำลัง รวมทั้งหยุดสู้รบในการศึกตลอดวัน

นับจากนั้นเป็นต้นมา วาระเรื่องสันติก็เปลี่ยนเป็นสิ่งที่ประเทศสมาชิกสหประชาชาติ จำเป็นจะต้องร่วมกันรณรงค์ และร่วมมือกันเกื้อหนุนสันติทั้งโลก จบความร้ายแรงไม่เฉพาะแต่ในการศึกเท่านั้น แต่ว่ายังรวมทั้งหยุดความประพฤติความร้ายแรงต่อเด็ก และเพศหญิง เพื่อนำไปสู่การผลิตวัฒนธรรมสันติให้เกิดขึ้นในหมู่ประชาคมโลก